|
หน้า 1 จาก 11 1 วันสบายๆ เรียบง่าย แสนสุข (ใจ)
|
โลหะปราสาท เป็นชื่อเดิมตามภาษาของชาวอินเดียว่า Lohaprasada ซึ่งมีความหมาย ถึงตึกที่มียอดเป็นโลหะ โลหะปราสาทที่วัดราชนัดดานี้ เป็นโลหะปราสาทหลังที่ 3 ของโลก
โลหะปราสาทหลังแรก สร้างขึ้นในประเทศอินเดีย โดยนางวิสาขา มหาอุบาสิกาแห่งเมืองสาวัตถี ได้สร้างวิหารถวาย เพื่อใช้เป็นที่จำพรรษาของพระภิกษุสงฆ์ เป็นวิหารสูง 7 ชั้น จำนวน 1,000 ห้อง ยอดปราสาททำด้วยทองคำ เรียกชื่อว่า มีคารมาตุปราสาท โลหะปราสาทหลังนี้ปรักหักพังจนไม่เหลือร่องรอย
โลหะปราสาทหลังที่ 2 สร้างขึ้นในประเทศศรีลังกา โดยพระเจ้าทุฏฐคามณี กษัตริย์แห่งกรุงอนุราธปุระ เมื่อประมาณปี 382 ใช้เป็นที่จำพรรษาของพระภิกษุสงฆ์ เป็นวิหารสูง 9 ชั้น จำนวน 1,000 ห้อง เรียกชื่อว่า มิริจจวัตติวิหาร ต่อมาโลหะปราสาทหลังนี้ถูกเพลิงไหม้หมดทั้งหลัง พระเจ้าสัทธาติสสะ จึงโปรด ฯ ให้สร้างใหม่ให้สูงเพียง 7 ชั้น ปราสาทหลังนี้ภายหลังถูกโจรทำลาย ปัจจุบันยังคงเหลือซากปราสาท ซึ่งประกอบด้วยเสาหิน ประมาณ 1,600 ต้น
ปัจจุบันโลหะปราสาททั้ง 2 แห่ง ได้สลักปรักพังไปหมดแล้ว โลหะปราสาทที่วัดราชนัดดานี้ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างวัดราชนัดดา แทนการสร้างพระเจดีย์ ไม่ได้กำหนดให้ใช้เป็นที่จำพรรษาของพระภิกษุสงฆ์ ลักษณะทางสถาปัตยกรรม และศิลปกรรมที่ใช้ในการก่อสร้างเป็นแบบไทย โดยก่อสร้างเป็นปราสาท 7 ชั้น (มองจากด้านนอกจะเห็นเป็น 3 ชั้น) มียอดเป็นโลหะทั้งหมด 37 ยอด ซึ่งมีความหมายถึง ข้อธรรมในพระพุทธศาสนาที่มีชื่อว่า โพธิปักขิยธรรม 37 ประการ อันเป็นปัจจัยให้ดำเนินไปสู่ความหลุดพ้นเข้าสู่นิพพาน โพธิปักขิยธรรม 37 ประการนั้นแยกได้เป็น สติปัฏฐาน 4 สัมมัปธาน 4 อิทธิบาท 4 อินทรีย์ 5 พละ 5 โพชฌงค์ 7 และ มรรค 8 การก่อสร้างโลหะปราสาทหลังนี้ มิได้ทันแล้วเสร็จ ก็สิ้นรัชกาลเสียก่อน ภายหลังได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์หลายครั้ง แต่มาแล้วเสร็จปรากฏสภาพดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ในรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
แต่เดิมโลหะปราสาทไม่สามารถมองเห็นได้อย่างทุกวันนี้ เพราะมีโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทย โรงภาพยนตร์แห่งแรกของประเทศไทยบดบังทัศนียภาพ ต่อมาใน พ.ศ. 2532 จึงได้มีการรื้อศาลาเฉลิมไทย เพื่อเปิดมุมมองทางเข้าเกาะรัตนโกสินทร์จากสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ก่อสร้างเป็น ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ พื้นที่โดยรอบเป็นลานกว้าง จัดสร้างพลับพลาที่ประทับ เพื่อที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงออกรับแขกบ้านแขกเมือง เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ซึ่งต่อมาคือ รัชกาลที่ 3
|
|