Home วันนี้ในอดีต เวียดนามชนชาติแห่งการต่อสู้ (4)

เวียดนามชนชาติแห่งการต่อสู้ (4)
Article Index
เวียดนามชนชาติแห่งการต่อสู้ (4)
หน้า #
หน้า #
หน้า #
หน้า #
All Pages

วันตรุษญวน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ 1968 คอมมิวนิสต์บุกเวียดนามใต้ โจมตีฐานทัพทหาร และเมืองต่างในเวียดนามใต้กว่า 100 แห่ง การตอบโต้กลับเช่นนี้ ทำให้สหรัฐเองก็ได้ข้อตระหนักว่า ไม่สามารถที่จะเอาชนะได้ การรบต่อไปก็ไม่เกิดประโยชน์

 

การบุกใหญ่ ของเวียดกง เริ่มจาก 09.00 น ของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ 1968 ซึ่งเป็นวันแรก ของเทศกาลตรุษญวน สถานฑูตสหรัฐฯ ในไซ่ง่อนเป็นการฉลองตรุษญวน ทหารคอมมิวนิสต์ 84,000 คน บุกเข้าโจมตีแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว บุกข้ามเส้นขนานที่ 17 พุ่งเข้าหาที่ตั้งฐานทัพนาวิกโยธิน สหรัฐฯ ที่ "กี ซาน" คือ เดียน เบียนฟู ของพวกตน การจู่โจมแบบไม่ให้รู้เนื้อรู้ตัว ของเวียดนามเหนือ ก็ได้รับการโต้ตอบกลับ จากทหารเวียดนามใต้ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เครื่องบินสหรัฐฯ บินถล่มเข้าสกัดกั้น การเคลื่อนที่ของทหารเวียดนามเหนือ ทิ้งระเบิดในใส่เมืองกอนทุม จนพังพินาศหมดทั้งเมือง ส่วนเมืองไมโธ เมืองเบนไท และเมืองเว้ถูกระเบิดแหลกละเอียด การทำลายล้าง จากสหรัฐฯ ครั้งนี้จุดประสงค์ คือต้องการที่จะขับไล่ พวกเวียดกง ออกไปจากบริเวณนั้นไป แล้วการทำลายล้าง อย่างหนักครั้งนี้ ของสหรัฐฯ ได้ผล คอมมิวนิสต์ทั้งหลาย ถอยออกจากไซง่อน และบริเวณเมืองต่างๆ แม้การกระทำนั้น จะมุ่งมั่นไปด้วยอุดมการณ์ เพื่อความสำเร็จ แต่สงครามที่รบกัน ในบ้านของตนเอง ก็ทำให้เวียดนามหนีไม่พ้น การสูญเสีย และการนองน้ำตา ชาวเวียดนามเสียชีวิต ไปประมาณ 165,000 คน อีก 2 ล้านคน ไร้ที่อยู่อาศัยเพราะบ้านเมือง ถูกทำลายย่อยยับ เมืองทั้งเมืองครุกรุ่นไปด้วยควันไฟ หลังจากการทิ้งระเบิด ทิ้งเอาไว้เพียงบ้าน ที่กลายสภาพเป็นเศษอิฐ กองไม้ ทับถมกันอยู่กราดเกลื่อน ตามพื้นดิน แม้คอมมิวนิสต์ ไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องการรบ แต่สิ่งหนึ่ง ที่นับเป็นชัยชนะทางการเมือง คือ ทัศนคติของคนอเมริกันเอง ต่อสงครามครั้งนี้เปลี่ยนไป มหาชน เริ่มมีเสียงต่อต้าน และคัดค้านการทำสงคราม ที่โหดเหี้ยม และรุนแรงครั้งนี้ เพราะในสงคราม ไม่ว่าฝ่ายไหนก็ต้องเสียด้วยกันทั้งนั้น ครอบครัวของทหารอเมริกันเอง ก็ต้องสูญเสียเช่นเดียวกัน แล้วคำถามถึงการทำสงครามครั้งนี้ ก็ถูกตั้งขึ้นมาในใจ เกี่ยวกับการทิ้งงบประมาณ ไปกับการทำสงครามนี้มากน้อยเพียงใด

 

การสงครามครั้งนี้ อย่างที่บอกว่าทุกฝ่าย มีแต่ผู้สูญเสียด้วยกันทั้งนั้น แต่สงคราม ก็คือสงคราม และความเป็นทหาร บ้างครั้งก็สู้อย่างถวายชีวิต เช่นเดียวกันกับ นายพลเวสเตอร์แลนด์ ผู้บัญชาการทหารสหรัฐฯ ในเวียดนามในขณะนั้น กลับแจ้งไปยัง ประธานาธิบดีจอห์นสัน เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ 1968 เพราะต้องการกำลัง เพิ่มอีกประมาณ 206,000 คน ทั้งๆ ที่ประชากรทหารของสหรัฐฯ ในเวียดนามในขณะนั้น มีไม่ต่ำกว่าครึ่งล้านคนแล้ว ประธานาธิบดีจอห์นสัน ปฏิเสธเรื่องการส่งทหาร และสั่งให้จำกัดเขตการทิ้งระเบิด ในเวียดนามเหนือด้วย

การตัดสินใจ ของประธานาธิบดีจอห์นสัน ครั้งนี้นับเป็นการตัดสินใจ ที่เชื่อว่าคงโดนใจ ทั้งคนอเมริกัน และคนเวียดนาม ซึ่งต่างฝ่าย ต่างก็ต้องสูญเสีย ด้วยกันทั้งสิ้น เชื่อได้ว่าการรบ ที่ยาวนาน และผ่านวันเวลา แห่งการพลัดพราก
ภาพความสูญเสีย คงติดตราตรึงใจ ทั้งทหารและประชาชน ของทุกฝ่าย สิ่งที่ต้องการมากที่สุด คือเฝ้าภาวนา ในช่วงเวลาแห่งความเลวร้ายนี้ ผ่านพ้นไปเสียที เพราะมันเหมือนกับ การตกนรกทั้งเป็นของคนเวียดนาม ชัยชนะ ที่ได้รับกลับไปอาจจะเป็นทหาร ที่มีอวัยวะที่ไม่สมประกอบ และอาการทางจิต จากภาพความน่าสะพรึงกลัว ของสงคราม

13 พฤษภาคม ค.ศ 1968 การตัดสินใจครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดไปสู่การเจรจา กับฮานอย เพื่อหาทางสงบศึก หลังจากสหรัฐฯ หยุดทิ้งระเบิดในเวียดนามเหนือแล้ว และในเดือนเดียวกันนี้เอง มีการเจรจาสงบศึก ที่ปารีส โดยผู้แทนของเวียดกง กับเวียดนามใต้เข้าร่วมประชุมด้วย



 

Joomla! is Free Software released under the GNU/GPL License.