คงต้องยอมรับแล้วว่า เดี๋ยวนี้ซุปเปอร์มาร์เก็ตเป็นสถานที่ที่สำคัญ ในการจับจ่าย ผู้ประกอบการแต่ละที่ พยายามที่จะเอาอกเอาใจ ให้ความสะดวกแก่ลูกค้าทุกรูปแบบ เช่น การแบ่งหมวดหมู่ของสินค้าให้แก่ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าหาได้ง่ายขึ้น การจัดให้มีประชาสัมพันธ์ แต่บางครั้งผู้ประกอบการ อาจจะต้องการอำนวยความสะดวก ให้แก่ลูกค้าด้านนอก ที่อาจจะยังไม่ได้เข้าร้าน ด้วยการให้ข้อมูลจากนอกร้าน
|
งต้องยอมรับแล้วว่า เดี๋ยวนี้ซุปเปอร์มาร์เก็ตเป็นสถานที่ที่สำคัญ ในการจับจ่าย ผู้ประกอบการแต่ละที่ พยายามที่จะเอาอกเอาใจ ให้ความสะดวกแก่ลูกค้าทุกรูปแบบ เช่น การแบ่งหมวดหมู่ของสินค้าให้แก่ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าหาได้ง่ายขึ้น การจัดให้มีประชาสัมพันธ์ แต่บางครั้งผู้ประกอบการ อาจจะต้องการอำนวยความสะดวก ให้แก่ลูกค้าด้านนอก ที่อาจจะยังไม่ได้เข้าร้าน ด้วยการให้ข้อมูลจากนอกร้าน
ถ้ามองในส่วนของลูกค้าเอง บางครั้งก็ไม่อยากที่จะเสียเวลา ในการเข้าไปเดินในห้างสรรพสินค้า เพื่อหาว่าแต่ละร้านมีสิ่งที่ตนเองต้องการหรือไม่
เทคโนโลยีที่เรียกว่า " My-ShoppingGuide” น่าจะตอบสนองความต้องการนี้ได้ ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการและลูกค้า
My-ShoppingGuide เป็นเทคโนโลยีที่คิดค้นโดย เดวิด เมอร์ริลล์ นักศึกษาปริญญาตรี ของ เอ็ม ไอ ทีส์ มีเดีย แล็บ (MIT's Media Lab) การคิดค้นอันชาญฉลาดนี้ เล่นเอาผู้ประกอบการอดน้ำลายสอเปรี้ยวปากเสียไม่ได้ เพราะความสามารถที่เมอร์ริลล์กำลังทำอยู่นี้ สามารถส่งผ่านข้อมูลจากร้านผ่านเครื่องมือของลูกค้า อาทิเช่น มือถือ ไอพอท หรือ อุปกรณ์อื่นใดก็ตาม เพื่อส่งข้อมูลที่ลูกค้าต้องการ หรือตรงกับความต้องการของลูกค้า คุณอาจจะได้ยินเสียงพูดผ่านมือถือ บ่งบอกถึงคุณสมบัติเฉพาะของสินค้าตัวนั้นผ่านอุปกรณ์ของตัวเอง
การทำงานของเจ้า My-ShoppingGuide เมอร์ริลล์ใช้สัญญาณอินฟาเรด ฝังลงไปที่ฉลากสินค้าแต่ละประเภท และสัญญาณไฟที่จะแพร่ข้อมูลของสินค้า แต่ละชนิดที่สามารถอ่านได้ผ่านอุปกรณ์ของลูกค้าเอง เมอร์ริลล์ใช้สัญญาณไฟสามสี เหมือนกับไฟสัญญาณจราจร คือ สีแดงบอกถึง"ห้ามซื้อ" สีเหลืองบอกถึงว่าสินค้าตัวนั้น มีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ ส่วนสีเขียวบอกถึง สินค้าตัวนี้ ตรงกับความต้องการของคุณ (OK เตรียมจ่ายตังค์ซื้อได้) ซึ่งในทางทฤษีนั้น ลูกค้าสามารถที่จะตั้งค่า ความต้องการจากสินค้าได้ เช่น ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม หรือคัดสรรมาเฉพาะแบรนด์เด่นที่คุนสนใจ จำนวนสินค้าที่มีอยู่ว่าเพียงพอต่อความต้องการหรือไม่ เพื่อป้องกันการรบกวน จากสิ่งไม่พึงประสงค์ ซึ่งทั้งที่เป็นไปได้ และคาดว่าน่าจะเป็นไปได้เหล่านี้ ผ่านเทคโนโลยี Wireless
แต่ในทางปฏิบัติเรื่องนี้ ยังคงอยู่ในระหว่างการพัฒนาเพิ่มเติม ดังนั้นโลกจินตนาการที่เรามองเห็นในภาพยนตร์ ที่เห็นโฆษณาผ่านหนังสือพิมพ์เป็นภาพเคลื่อนไหว มีเสียงพูดจากป้ายโฆษณา อาจจะไม่เป็นส่วนที่เกินจริง และหากคุณเคยเป็นลูกค้า ที่ซื้อสินค้ามาแล้ว ป้ายโฆษณาอาจจะขอบคุณคุณทุกครั้งที่คุณเดินผ่าน ก่อนแนะนำสินค้าตัวต่อไปให้คุณได้รู้จัก และคงไม่ต้องแปลกใจอะไร หากต่อไป คุณจะซื้อสินค้าแต่ละชิ้น นอกจากใบรับประกันสินค้าที่ให้คุณแล้ว อาจจะมีการขออนุญาต ใช้ข้อมูลส่วนตัวของคุณ เพื่อการค้าด้วย เหมือนกับที่ธนาคารใช้ผ่านเครดิตบรูโร ซึ่งนั้นอาจจะต้องรวมถึง การรบกวนไม่เป็นเวล่ำเวลาผ่านอุปกรณ์ของคุณ เว้นเสียแต่ว่าคุณ อยากได้ความเป็นส่วนตัว คุณต้องลุกขึ้นมากำหนดข้อมูลทึ่คุณต้องการด้วยตัวคุณเองเท่านั้น เช่น คุณอาจจะต้องตั้งมือถือของคุณว่า ไม่รับข้อมูลการแนะนำตัวของผู้สมัคร เป็นต้น
|
|
|